แหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจจังหวัดนราธิวาส

 

พลับพลาที่ประทับริมเขื่อนท่าพระยาสาย  สถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของชาวเมืองนราฯบนถนนภูผาภักดี ริมแม่น้ำบางนรา ในบริเวณมีพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงค์ศานุวงค์ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแข่งขันเรือกอและ เรือยาว และเรือยอกอง ในงานของดีเมืองนราฯ  เป็นประจำทุกปี

 

 

มัสยิดกลางประจำจังหวัดนราธิวาส  ตั้งอยู่ ถนนพิชิตบำรุง ก่อนถึงหาดนราทัศน์ นับเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธา และสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม ก่อสร้างในปี 2524  ลักษณะเป็นอาคาร 3 ชั้น สวยงามสะดุดตาด้วยหลังคาทรงโดมตามแบบมัสยิดทั่วไป และหอคอยสูงใหญ่ศิลปะประยุกต์  ถัดไปไม่ไกลเป็นชุมชนชาวประมง ซึ่งเป็นที่พักอาศัยและจุดจอดเรือในแม่น้ำบางนรา  ยามเช้าเราจะพบเห็นวิถีชีวิตชาวทะเล และเรือกอและหลากสีสันเป็นที่สะดุดตายิ่ง

 

 

พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล  ตั้งอยุ่ริมถนนสาย นราธิวาส – ระแงะ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 9 กิโลเมตร  พระพุทธรูปประทับนั่งปางประทานพรที่สวยงาม และสูงใหญ่ที่สุดในภาคใต้  ขนาดหน้าตักกว้าง 17 เมตร สูง 24 เมตร  สร้างตามแบบพุทธศิลป์ สกุลช่างอินเดียตอนใต้ (แบบขนมต้ม)  แบบคอนกรีตเสริมเหล็ก  ประดับกระเบื้องโมเสกสีทองทั้งองค์  เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2509  นอกจากนี้ในอาณาบริเวณกว่า 142 ไร่

ของพุทธอุทยานเขากง  ยังมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจ อาทิเช่น  พรุอุโบสถแบบช้างหมอบถวายดอกบัว และพระเจดีย์สิริมหามายารูปทรงระฆังคว่ำ

 

 

พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์   ห่างจากอำเภอเมืองนราธิวาส ประมาณ 8 กม.  ริมเส้นทางสายนราธิวาส-ตากใบ  ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่  บริเวณเชิงเขาตันหยงและหาดทรายริมทะเล  สร้างขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.. 2516  สำหรับเป็นที่ประทับแรม  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  และพระบรมวงศ์  เมื่อเสด็จแปรพระราชฐานยังจังหวัดชายแดนภาคใต้  ในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม  ของทุกปี  ลักษณะอาคารประทับก่ออิฐถือปูนทรงปั้นหยา สมัยใหม่

ตามแบบนิยมของภาคใต้  แบ่งเป็นอาคารหมู่บน  ซึ่งเป็นที่ประทับและตำหนักของกองราชเลขาฯ และอาคารหมู่ล่างอันเป็นที่พักของทหารมหาดเล็ก  ในบริเวณมีแปลงทดลองปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น รวมถึงกรงไก่ฟ้า นก และสัตว์ป่านานาพันธุ์  ท่ามกลางแวดล้อมของพรรณไม้ป่าดงดิบหายากของภาคใต้  ส่วนบริเวณด้านล่าง  จัดเป็นอาคารศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ  ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เซรามิกและเครื่องปั้นดินเผาเพื่อเสริมสร้างรายได้และพัฒนาฝีมือแก่คนในท้องถิ่น  พระตำหนักฯ จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน  ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 .  เฉพาะในช่วงที่ยังไม่ได้เสด็จแปรพระราชฐานก่อน 2 เดือน

 

 

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  อยู่ห่างจากพระตำหนักทักษิณฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร  แบ่งเป็นอาคารสำนักงาน  แปลงสาธิต และแปลงวิจัยทดลองในพื้นที่ป่าพรุ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงมีพระราชดำริจัดตั้งขึ้น  เพื่อดำเนินการปรับปรุง ศึกษา และทดลองวิจัยในส่วนของดินที่มีปัญหา  นอกจากนี้  ยังส่งเสริมและพัฒนาฝีมือราษฎรในท้องถิ่น ผลิตและจำหน่ายหัตถกรรมพื้นบ้าน ที่ทำจากกระจูดและปาหนันอีกด้วย

 

 

วนอุทยานอ่าวมะนาว   จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นการสนองพระราชดำริในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  โดยประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.. 2536  ในเขตป่าสงวนแห่งชาติพิเศษป่าเขาตันหยง  จากตัวเมือง โดยใช้เส้นทาง นราธิวาส-ตากใบ  จากนั้นแยกเข้าไปอีกประมาณ 3 กม.  บริเวณวนอุทยานฯ  จัดเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตื่นตาด้วยชายหาดที่ขาวสะอาดสลับกับโขดหินน้อยใหญ่  โอบล้อมเป็นแนวยาวขนานชายฝั่งทะเลอ่าวไทย 

บนเนินเขาจะมีจุดชมวิวมองเห็นได้กว้างไกล  ในเขตพระราชฐานจะมีน้ำตกขนาดย่อมไหลเป็นเชิงชั้นสวยงามในฤดูฝน  บริเวณหาดอ่าวมะนาวและเขาตันหยงได้จัดให้มีเส้นทางเดินเท้าเพื่อศึกษาธรรมชาติ  ตลอดเส้นทางมีป้ายสื่อความหมายธรรมชาติและต้นปรงทะเลซึ่งเป็นพืชโดดเด่นที่พบได้เฉพาะริมชายฝั่งทะเลบริเวณนี้

 

 

 

น้ำตกฉัตรวาริน  หรือตามชื่อภาษาท้องถิ่นเรียกว่า  “ไอปายง”  ซึ่งหมายความว่า น้ำตกกางร่ม  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดีประมาณ 6 กิโลเมตร  มีต้นกำเนิดจากฝืนป่าบนเทือกเขาสันกลาคีรี  สวยงามด้วย สายน้ำหลากไหลเป็นเชิงชั้นใหญ่น้อยตลอดทั้งปี  แวดล้อมด้วยพรรณไม้ดงดิบหายากนานาชนิดและไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มากมายปกคลุมบริเวณจนร่มรื่น  โดยเฉพาะบนยอดเขาที่สามารถพบต้นลีแป หรือปาล์มบังสูรย์ พืชตระกูลปาล์มที่หาได้ยากยิ่งชนิดหนึ่งของโลก

 

 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลา    เป็นผืนป่าดงดิบที่กล่าวได้ว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย  เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหายาก  เช่น กระซู่ เซียมังหรือ ชะนีดำใหญ่  ซึ่งเป็นสัตว์ป่าชนิดใหม่ที่พบในเมืองไทย  นกหายากอย่างนกเงือกหัวแรด และนกชนหิน  เป็นที่รวมการกระจายของพรรณไม้ป่าหายาก  ประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.. 2539  ครอบคลุมฝืนป่าบริเวณทิวเขาสันกลาคีรี  อันเป็นเส้นแบ่งพรหมแดนระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย  ประมาณ 270,325 ไร่  ประกอบด้วยผืนป่า 2 ส่วน  คือ ป่าฮาลาในเขตอำเภอเบตง  จังหวัดยะลา  อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และป่าบาลาในเขตอำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส  จัดว่าเป็นสถานที่ ที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและศึกษาธรรมชาติ  การเดินทาง ถ้านับจากหาดใหญ่  ใช้ทางหลวงหมายเลข 43 ผ่านจังหวัดปัตตานี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 42 ถึงอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส

ใช้ทางหลวงหมายเลข 4055 และ 4056  ผ่านอำเภอสุไหงปาดีจากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4057  ไปยังอำเภอแว้ง ถึงบ้างบูเกะตา  ก่อนถึงเขตชายแดน จะเห็นป้ายบอกทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา  และน้ำตกสิรินธร  เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 4062 สามารถใช้บริการบ้านพักในตัวอำเภอสุไหงโก-ลกได้โดยสะดวก  หากต้องการค้างแรมในป่า และทำกิจกรรมในพื้นที่ต้องทำหนังสือล่วงหน้าถึง  ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา  ตู้ ปณ. 3  .แว้ง  .นราธิวาส 96160

 

 

ป่าพรุสิรินธร มีสภาพเป็นป่าดิบชื้นในที่ลุ่มน้ำขังประกาศจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและจัดสร้างศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่า     เนื่องจากศูนย์วิจัยฯ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเมืองชายแดนและย่านการค้าสำคัญระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ในตัวเมือง

จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไว้รองรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน และมีรถรับจ้างในตัวเมืองสุไหงโก-ลกให้บริการมากมายสำหรับผู้ที่นำรถส่วนตัวมาเองใช้เส้นทางสุไหงโก-ลก-ตากใบ ถึงสี่แยกชวนะนันท์บริเวณกิโลเมตรที่ 5 แยกซ้ายเข้าไปอีก 5 กิโลเมตรถึงที่ทำการศูนย์วิจัยฯ

 

 

อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ผืนป่าใหญ่ที่คลอบคลุมอานาเขตกว้างไกลถึง 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในความงามของน้ำตกปาโจ ซึ่งกล่าวได้ว่ามีความงดงามที่สุดของภาคใต้ เป็นแห่งแรกที่ได้พบ “ย่านดาโอ๊ะ” หรือใบไม้สีทอง พืชมหัศจรรย์ที่มีกำมะหยี่ละเอียดนุ่มปกคลุมใบ  สีทอง รวมถึงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหายากอย่างเช่นนกชนหิน ซึ่งเป็นหนึ่งในนกเงือก 7 ชนิดที่อาศัยอยู่ในผื่นป่าแห่งนี้ไม่นับพรรณไม้ป่าดงดิบที่น่าศึกษาหลายชนิด  ด้วยความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของผืนป่า

 

จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาธรรมชาติ เช่น ดูนก ซึ่งมีนกหายากที่พบได้เฉพาะบริเวณผืนป่าดงดิบภาคใต้ เช่น นกชนหิน นกเงือกหัวแรดและนกสวยงามอีกหลายชนิด เป็นผืนป่าที่เหมาะสมสำหรับศึกษาพรรณไม้ป่าดงดิบ ด้วยเป็นจุดบรรจบของสายพันธุ์จากป่าดิบเขตร้อนกับสายพันธุ์อินโดจีน  ทำให้มีความหลากหลายทั้งในด้านพืชพรรณ และสัตว์ป่ามากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ  การเดินทาง ที่ทำการอุทยานฯ และน้ำตกปาโจอยู่บริเวณใกล้ ๆ กันริมเส้นทางสายปัตตานี-นราธิวาส  จากตัวอำเภอบาเจาะแยกเข้าไปถึงที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร

 

 

อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป   ซึ่งตั้งอยู่ ณ อำเภอระแงะจัดเป็นอุทยานฯ ที่มีน้ำตกสวยงาม ซึ่งเกิดจากฝืนป่าบนเทือเขาซีโปที่ทอดตัวเป็นแนวยาวจดอำเภอศรีสาครและอำเภอจะแนะ  มีทั้งหมด 9 ชั้น  สวยงาม ด้วยสายน้ำหลากไหลทิ้งสายลงมาจากผาหินรูปทรงแตกต่างกันในแต่ละชั้น  ในปี 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรน้ำตกซิโป  ต่อจากนั้นได้มีโครงการปรับปรุงอุทยานน้ำตกซีโป

ขึ้นเป็นกรณีพิเศษเนื่องในวโรกาส มงคลสมัยรัชดาภิเษก