แหล่งอารยธรรมโบราณแห่งหนึ่งที่มีประวัติอันยาวนาน โดยบริเวณที่ตั้งของอำเภอนาดูนคือ เมืองจัมปาศรีที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยทวารวดี เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-15 ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ค้นพบมากมาย |
|
ปราสาทหินที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นศิลปะขอมสมัยบายน อายุระหว่าง พ.ศ. 1700-1750 |
|
มีเนื้อที่ 125 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนป่ามีต้นไม้หลายชนิด เช่น ต้นยางขนาดใหญ่ ต้นตะแบก |
| | | | |
มีการค้นพบปูน้ำจืดซึ่งมีสีสันสวยงามชนิดใหม่ของโลกในปี พ.ศ.2536ในพื้นที่ป่าดูนลำพัน ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม" ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งเดียวที่พบปูชนิดนี้ |
|
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของสถานีประมง ทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้หลายจังหวัดในภาคอีสาน ตั้งอยู่ถนนเส้นรอบเมืองระหว่างไปอ.บรบือกับ ไป อ.โกสุมพิสัยต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จังหวัดมหาสารคาม |
|
ตั้งอยู่ที่ตำบลเขวา เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพปั้นหม้อดินเผากรรมวิธีแบบโบราณดั้งเดิม ซึ่งชาวอีสานใช้เป็นหม้อน้ำ และหม้อแกง |
| | | | |
ตั้งอยู่ที่บ้านเขวา ตำบลเขวา เป็นโบราณสถานที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่18 ทำด้วยศิลาแลงเป็นรูปกระโจมสี่เหลี่ยม สูงจากพื้นดินถึงยอด4 วา กว้าง2 วา2 ศอก ภายในปราสาทมีเทวรูปทำด้วยดินเผา2 องค์ มีกำแพงทำด้วยศิลาแลงล้อมรอบ |
|
อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นแหล่งเพาะพันธ์ปลาน้ำจืดและต้นไม้หลายชนิด |
|
ตั้งอยู่ตำบลคันธารราษฎร์ เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีคู่เมืองมหาสารคาม สร้างขึ้นด้วยหินทรายแดงเหมือนพระพุทธมิ่งเมือง เชื่อกันว่าขณะที่อำเภอกันทรวิชัยฝนแล้งชาวบ้านที่เป็นผู้ชายได้สร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง และผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคลขึ้นเพื่อขอฝน |
| | | | |
หรือพระพุทธรูปสุวรรณมาลี ตั้งอยู่ที่วัดสุวรรณาวาส ตำบลโคกพระ สร้างด้วยหินทรายแดง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยทวาราวดีที่ชาวมหาสารคามนับถือกันมาก |
|
ตั้งอยู่ในตัวเมืองมหาสารคาม เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุของภาคอีสาน เช่น ใบเสมาหิน พระพุทธรูปในสมัยโบราณ บานประตู คันทวยแกะสลักอายุประมาณ 100-200 ปี |
|
ปูทูลกระหม่อมได้กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 14 ของสัตว์ป่าจำพวกไม่มีกระดูกสันหลังในกฎกระทรวง ฉบับที่ 11(พ.ศ.2543) เพิ่มเติมจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองท้ายกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2537) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2543 ในประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 117 ตอนที่ 3 วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2543 |
| | | | |